Wednesday, September 21, 2011

ต้องหาหมอ (ฟัน)

เค็กก้อนนี้เป็นผลมาจากมีกล้วยหอมที่งอมอย่างมากถึงสามลูก เพราะทานไม่ทัน
ก็เลยจัดการทำเป็นเค็กกล้วยหอม ผสมข้าวโอ๊ต แป้งโฮลหวีต และลูกพรุน
ต้องบอกว่าเป็นเค็กสุขภาพจริง ๆ เพราะไม่ใส่น้ำตาลด้วย
เอาความหวานจากความงอมของกล้วย ล้วน ๆ

กลับจากเมืองไทยคราวนี้ มีปัญหาสุขภาพ (ตามวัยและสังขาร) สองอย่างคือเรื่องเอ็นข้อมืออักเสบ และเกิดอาการเสียวฟันโดยไม่มีสาเหตุ คือไม่ได้เสียวเพราะกินของเย็น ดื่มของร้อนหรือกัดของแข็ง อาการนี้เกิดขึ้นประมาณสองอาทิตย์ที่ผ่านมา ตามสัญชาตญาณก็คิดว่าต้องมีรอยแตกร้าวของฟันที่อุดไว้เดิมแน่ ๆ แต่ก็ไม่ทราบว่าตรงไหน เหตุเพราะประมาทไม่ได้พยายามหาเวลาไปพบหมอฟันที่เมืองไทย ทั้ง ๆ ที่ถึงเวลาจะต้องเช็คแล้ว และแล้ว...เมื่อคืนวันก่อนลิ้นก็สัมผัสได้ว่าที่ฟันกรามด้านบนเกือบสุดท้ายมีรอยขรุขระ
เคยอ่านเจอบทความที่พูดถึงอันตรายจากการปล่อยให้ฟันผุส่งผลถึงสุขภาพอย่างอื่นอีกหลายอย่าง ก็ทำให้กังวลเหมือนกัน เพราะหากจะรอให้ถึงเวลากลับเมืองไทยครั้งต่อไปก็อาจจะสายเกินแก้ ก็ตัดสินใจไปหาหมอฟันที่นี่แหละ ถึงจะแพงก็ไม่มีทางเลือก แต่จะไม่กลับไปหาหมอคนเดิมเพราะไม่ชอบบรรยากาศ และทีมงานของหมอ
คราวนี้ลุงหาหมอผู้หญิงให้ อยู่ใกล้บ้านกว่าหมอคนเก่า และเช็คจากการประเมินของคนไข้แล้ว ทุกคนจะชมในทางบวกทั้งนั้น และได้วันนัดที่จะพบหมอเป็นวันรุ่งขึ้น


คลีนิคสะอาด เจ้าหน้าที่ทุกคนรู้หน้าที่ว่าควรทำอะไร ให้กำลังใจดี เพราะบอกว่า...ไม่รู้เป็นอย่างไรรู้สึก เกร็งทุกครั้งที่ต้องทำฟันกับหมอฝรั่ง...และขออนุญาตหมอว่า ให้ลุงอยู่ใกล้ ๆ ในห้องด้วย โดยบอกหมอไปว่าต้องการให้มีล่ามอยู่ใกล้ ๆ เพราะฟังแล้วดูดีกว่า ....I had to have my translator with me, is it o.k.? หมอบอกว่า ด้ า ย เ ล ย ...ความจริงกลัวว่าเวลาเรากลัว เกิดเอะอะ โวยวายขึ้นมา แล้วหมอจะไม่เข้าใจมากกว่า

ยิ้มสู้ ๆ ก่อนเข้าพบหมอ อย่าว่าแต่เด็กกลัวหมอฟันเลย...คุณย่าอายุหกสิบก็กลัวค่ะ

ลุงอ่านเตรียมการสอน ระหว่างคอยหมอ

ห้องทำฟันไม่อุดอู้เหมือนของหมอคนเก่า เครื่องมือทันสมัยมาก ไม่ได้ฉีดยาชาด้วย
หมอบอกว่า ไม่ได้รื้อของเดิมที่อุดไว้ออกทั้งหมด เพราะถ้ารื้อ (น่า) จะเป็นเรื่องใหญ่
แต่อุดซ่อมที่ขรุขระ อุดไปหนึ่งซี่........จ่ายไปสองร้อยเหรียญค่ะ
...คิดถึงหมอฟันที่เมืองไทย ม า ก (มากจริง ๆ )
บอกกับตัวเองว่า ต่อไปนี้จะให้หมอเช็คฟันทุกครั้งที่กลับไป

0 comments: